ภายใต้คำว่า "อึดอัดและน่ารำคาญใจ" ที่หยิบยกมาข้างต้นนั้น ไม่ใช่ว่าสื่อความหมายว่าเป็นหนังที่แย่ แต่หมายถึงการสร้างบรรยากาศและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้นั้น ได้ตอบโจทย์เช่นนั้นกับคนดูจริงๆ เพราะหลายฉากที่ผู้ชมต้องนั่งลุ้นเกร็งไปกับความระทึกใจ รู้สึกหงุดหงิดกับผลลัพธ์ของตัวละครทุพพลภาพ แบบอยากจะกระโจนเข้าไปช่วยต่อสู้กับฆาตกรอีกแรง กับจังหวะหนังหลายๆ จุดที่ทำให้รู้สึกรำคาญใจอยู่เรื่อยๆ
เอาเข้าจริงๆ Midnight คืนฆ่าไร้เสียง ก็ถือว่าเป็นหนังใช้พล็อตเรื่องหนังเขย่าขวัญฆาตกรโรคจิตแบบธรรมดาๆ เพียงแต่มาบิดใช้และใส่องค์ประกอบเสริมเข้าไป เพื่อเพิ่มอรรถรสและแรงจูงใจเพิ่มเติมเข้าไปในการเล่าเรื่องที่ทำให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยใช้ความทุพพลภาพของตัวละครหลักมาเป็นจุดเด่น ด้วยการที่เป็นเหยื่อที่ดูหูหนวกและพูดไม่ได้ กลายเป็นเงื่อนไขสถานการณ์ที่ชวนให้คนดูรู้สึกอึดอัดแทบจะระเบิดออกมาแทนโดยแท้
ด้วยบทหนังและสถานการณ์ที่ส่งเสริมการแสดงได้เป็นอย่างดี ทำให้ทุกๆ ตัวละครในเรื่องนี้ทำออกมาได้ค่อนข้างน่าพอใจ นักแสดงนำของเรื่องที่ล้วนเป็นดาวรุ่งที่เพิ่งแจ้งเกิดไม่นาน แต่พวกเขาก็มีประสบการณ์ทางการแสดงสั่งสมเอาไว้พอประมาณ "จินกีจู" มารับบทเป็นสาวทุพพลภาพได้อย่างสมจริง ทั้งกิริยาท่าทางต่างๆ เห็นได้ชัดว่าทำการบ้านและเก็บรายละเอียดได้มาเป็นอย่างดี เธอจึงสื่อสารออกมาเป็นเหยื่อสาวที่คนดูคนไหนก็อยากจะช่วยเหลือ
ในขณะที่หนุ่มฮอต "วีฮาจุน" ที่ปีนี้เป็นปีแจ้งเกิดของเขาเต็มๆ และหนังเรื่องนี้ก็เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ทางการแสดงของเขาเป็นอย่างดี แม้จะเกิดจากซีรีส์เรื่องดัง แต่การรับบทเป็นฆาตกรโรคจิตในหนังเรื่องนี้ หนังได้พาผู้ชมไปสำรวจความไม่ปกติของตัวละครนี้ แม้ว่าจะเป็นแค่การสำรวจแบบผิวเผินไปสักหน่อยก็ตาม แต่การแสดงของเขาถือว่าออกมาได้โรคจิต ทั้งจากข้างในและข้างนอก โดยเฉพาะสีหน้าแววตาที่ทำให้คนดูต้องรู้สึกขยะแขยงและขนลุกตามไปด้วย
Midnight คืนฆ่าไร้เสียง อาจจะมีบทหนังที่ไม่ได้สมูบรณ์แบบอะไร กับเหตุการณ์ที่เป็นเพียงอาชญากรรมเพียงเสี้ยวเล็กๆ ที่เกิดขึ้นของสังคมในค่ำคืนหนึ่ง แต่หนังก็ยังสอดแทรกและสะท้อนถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นกับผู้ทุพพลภาพในอีกแง่มุมหนึ่งได้อยู่ เส้นบางๆ ในความเอาใจใส่พวกเขาในยามคับขัน แม้จะสื่อสารไม่ได้ชัด แต่พวกเขาเธอมีสิทธิ์และโอกาสเท่าเทียมกับคนปกติทั่วไปเช่นเดียวกัน
นี่คือผลงานหนังเรื่องแรกของผู้กำกับหนุ่มหน้าใหม่ "ควอนโอซึง" ที่เขารับหน้าที่เขียนบทหนังเองด้วย ถือว่าเป็นผลงานเดบิวต์ที่ค่อนข้างน่าพอใจเป็นอย่างดี ถึงจะยังไม่ใช่หนังที่สมบูรณ์อะไรเท่าไหร่ แต่หนังได้เลือกใส่ประเด็นและจังหวะได้เข้าค่อนข้างดี ถือว่าเป็นหนังทำหนังหน้าใหม่ที่สร้างสรรค์ผลงานออกมาเรื่องแรกได้น่าสนใจอยู่ไม่เบา และต้องจับตามองเขาผู้นี้ให้ดีๆ
โดยภาพรวมแล้ว Midnight คืนฆ่าไร้เสียง ก็น่าจะเป็นสูตรสำเร็จของหนังระทึกขวัญ-เขย่าขวัญทั่วๆ ไป เพียงแต่มีกิมมิกที่โดดเด่นด้วยการหยิบเอาความทุพพลภาพมาเป็นตัวชูเรื่องหลัก ตลอดเวลาราวๆ 100 นาทีของหนัง ก็ได้ช่วยบิวต์อารมณ์ของผู้ชมได้เป็นระดับขั้น สถานการณ์ต่างๆ ชวนลุ้นและน่าหงุดหงิดรำคาญใจปะปกกันไปอย่างได้อรรถรส แม้จะตอนที่นั่งดูหนังจะรู้สึกอึดอัดไปเกือบทั้งเรื่อง แต่เป็นความอึดอัดที่ทำออกมาได้สนุกพอตัวเลย...
Comments
Post a Comment